โรค rsv (Respiratory Syncytial virus) คืออะไร

0
4

โรค rsv (Respiratory Syncytial virus) คืออะไร

          เชื้อไวรัสเป็นเชื้อที่ลอยอยู่ในอากาศ และเป็นเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหวัด หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เชื้อไวรัสเป็นเชื้อที่ยังไม่มียารักษาเพียงแต่เมื่อเป็นโรคแล้วจะรักษาไปตามอาการเท่านั้น อีกทั้งในโลกนี้ยังมีเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเสมอ หนึ่งในนั้นที่กำลังน่ากลัวก็คือ ไวรัส RSV (RSV Virus)

ไวรัส RSV (RSV Virus) คืออะไร

          RSV Virus (Respiratory Syncytial Virus) เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจแล้วจทำให้ร่างกายของผู้รับไวรัสนี้เข้าไปผลิตสารคัดหลั่ง ประเภทเสมหะ ออกมา และเผยแพร่เชื้อไวรัสนี้ต่อไปผ่านการไอหรือจาม

สาเหตุของการติดเชื้อไวรัส RSV

  1. ได้รับเชื้อที่อยู่ในอากาศ ซึ่งบ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว
  2. รับเชื้อไวรัส RSV ต่อจากผู้ที่ได้รับเชื้ออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจากสัมผัสเสื้อผ้า ร่างกาย การไอจาม

อาการของตนที่ติดเชื้อไวรัส RSV

หลังจากที่คนไข้ได้รับเชื้อไวรัส RSV แล้วประมาณ 4-6 วัน จะมีอาการที่ปรากฏในเบื้องต้นเหมือนกับคนเป็นหวัด ตั้งแต่มีอาการเจ็บคอ ไอ จาม ปวดศีรษะ และอาจมีไข้ คัดจมูล น้ำมูกไหล ตามมา ในทารกหรือเด็กเล็กจะมีอากรรุนแรงกว่าผู้ใหญ่

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัส RSV

  1. เด็กคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากการพัฒนาเรื่องภูมิต้านทานยังไม่สมบูรณ์
  2. ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  3. คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับปอดและหัวใจอยู่แล้ว
  4. คนที่อาศัยอยู่ในแหล่งชุมชนแออัด

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น

อาจทำให้มีอาการข้างเคียงเกี่ยวกับอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดบวม หัวใจ และโรคหลอดลมฝอยอักเสบ ทั้งนี้ให้สังเกตจากอาการเหล่านี้คือ มีไข้สูงและไออย่างรุนแรง หายใจลำบาก มีเสียงหวีดๆ ร่างกายขาดออกซิเจนจนทำให้ออกอาการปากและเล็บสีเขียวคล้ำ และอาจจะรุนแรงขึ้นไปอีก บางคนมีอาการอักเสบติดเชื้อในหูชั้นกลาง มีการติดเชื้อซ้ำ และอาจทำให้เป็นโรคหอบหืดในอนาคตได้

การรักษาการติดเชื้อไวรัส RSV

การติดเชื้อไวรัสนั้น แพทย์จะรักษาตามอาการที่เป็น เช่น การใช้ยาหยอดจมูก ยาพ่นขยายหลอดลม จะได้หายใจสะดวกขึ้น การรับประทานยาลดไข้ ยาปฏิชีวนะ การดื่มน้ำเพื่อลดอาการเหนียวของเสมหะ น้ำมูก

การป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV

  1. รักษาความสะอาดของบ้านที่อยู่อาศัย และสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงความสะอาดของร่างกาย 2. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า
  2. หากมีใครในบ้านติดเชื้อไวรัสแล้ว ต้องแยกอยู่ต่างหากเพื่อป้องกันการเผยแพร่สู่คนอื่น

สุดท้าย การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคทุกชนิด