คู่มือรับมือ ฝุ่น pm2.5 ภัยใกล้ตัว รีบป้องกันก่อนเกิดอันตราย

คู่มือรับมือ ฝุ่น pm2.5 ภัยใกล้ตัว รีบป้องกันก่อนเกิดอันตราย

เมื่อฝุ่นผงขนาดเล็กที่ไม่เคยเป็นอันตรายกับใครในสมัยก่อน กลายมาเป็นผลกระทบใหญ่โตต่อสุขภาพในปัจจุบัน เนื่องจาก เมื่อฝุ่นเล็กๆ เหล่านี้รวมตัวกันมากขึ้น จนทำให้มีปริมาณมากเกินอัตราที่กำหนด ส่งผลให้มันเป็นสิ่งที่ทำอันตรายต่อสุขภาพผู้คนในยุคนี้ และเป็นเรื่องที่หลายคนพูดถึง จนกระทั่งเรียกได้ว่า หลายคนกลัวฝุ่น PM 2.5 มากกว่าอันตราย ที่เกิดขึ้นจากการเป็นโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุดก็ว่าได้ PM 2.5 คืออะไร ทำไมจึงกลายเป็นภัยใกล้ตัว และเราจะมีวิธีป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นจากฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้อย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

ฝุ่น PM 2.5 คือใคร

PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เมื่อมันเป็นอนุภาคของแข็งหรือหยดละอองของเหลวซึ่งสามารถแขวนลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ และมันเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ รวมไปถึงจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ซึ่ง PM 2.5 นี้นับว่าเป็นฝุ่นผงขนาดเล็กมากที่สุดจนเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและมีผลกระทบรุนแรงอย่างมากต่อสุขภาพของคนเรา

PM 2.5 กับ PM 10 ต่างกันอย่างไร

การจำแนกแยกย่อยประเภทของฝุ่นผงที่มีอยู่ในชั้นบรรยากาศแบ่งออกเป็น 2 ชนิดก็คือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนหรือที่เราเรียกว่า PM 2.5 และอีกประเภทก็คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอนหรือเรียกย่อๆว่า PM 10 ทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันคือ

  • ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละเอียดเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งมีกำเนิดมาจากควัน จากท่อไอเสียรถยนต์ โรงงานไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงควันที่เกิดจากการหุงต้มอาหารโดยการใช้ฟืน และยังมีก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน สารอินทรีย์ระเหยง่าย จากโรงงานต่างๆที่จะทำปฏิกิริยากับสารอื่นๆในอากาศ
  • ฝุ่น PM 10 คือฝุ่นหยาบ ซึ่งมีอนุภาคเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 2.5 ไมครอนไปจนถึง 10 ไมครอน มีสถานะได้ทั้งของแข็งและของเหลว ซึ่งอยู่ในอุณหภูมิปกติมีแหล่งกำเนิดมาจากการจราจรบนท้องถนนที่ไม่ได้ลาดยางจากการขนส่งวัสดุ รวมไปถึงฝุ่นที่เกิดจาก การบดหรือการย่อยหินเป็นต้น

แน่นอนว่า PM 2.5 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้ เนื่องจาก PM 2.5 คือฝุ่นเป็นพิษ เนื่องจากองค์ประกอบทางเคมีหรือลักษณะทางกายภาพที่ทำให้เกิดฝนเหล่านี้ เมื่อเราได้รับเข้าไปมากๆจะไปรบกวนการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมันยังเป็นตัวการสำคัญที่จะพาเอาสารพิษหรือดูดซับสารพิษเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ได้มากขึ้นอีกด้วย

ผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM 2.5

  • ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ

ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ต่อระบบทางเดินหายใจที่เรียกว่าเบาที่สุดก็คือมันจะไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบต่อเยื่อบุผนังหลอดลมทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมบวมจนเกิดการสร้างสารคัดหลั่งมากขึ้น จึงทำให้เกิดอาการไอ หอบ และยังทำให้เกิดสภาวะเครียดและก่อให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระต่างๆซึ่งมันจะสามารถเข้าไปทำลายระบบต่างๆในเซลล์ของปอดจนกระทั่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA นำไปสู่การเกิดมะเร็งปอดได้ในระยะยาว

  • ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

การสูดดมเอาฝุ่น PM 2.5 เข้าไปในร่างกายอาจจะโดยที่เรารู้ตัวหรือไม่รู้ตัว หรือคนที่ไม่ชอบใส่หน้ากากอนามัย ที่มักจะได้รับฝุ่นมากถึงแม้ว่ายังไม่เกิดผลกระทบให้เห็นได้อย่างชัดเจนแต่เชื่อได้เลยว่ามันจะส่งผลในระยะยาวต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างแน่นอน เพราะ ฝุ่นต่างๆเหล่านี้จะเข้าไปฝังตัวในผนังของเส้นเลือด และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในบริเวณนั้น เมื่อเส้นเลือดเกิดลิ่มเลือดอุดตันและเกิดการอักเสบ จึงทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวกและแน่นอนว่ามันจะนำมาซึ่งการทำงานผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด ทั้งยังสามารถทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งผลกระทบที่ร้ายแรงนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้โดยปัจจัยหลัก ได้แก่ การได้รับฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณมาก ระยะเวลาที่ได้รับผล และลักษณะกิจกรรมที่ทำ รวมไปถึงปัจจัยส่วนบุคคล อาทิเช่น อายุ ความ sensitive อาชีพและลักษณะของการทำงานและที่อยู่อาศัย

การรับมือ และป้องกันอันตรายจาก PM 2.5

  • ใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น ซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่หน้ากากอนามัยแบบคาร์บอน หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และหน้ากากอนามัย N95 ซึ่งถือได้ว่ามีประสิทธิภาพและมีความสามารถในการป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันเชื้อโรค ไวรัสและแบคทีเรีย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าหน้ากากประเภทอื่น
  • เนื่องจากการขาดแคลนหน้ากากอนามัย และปัญหาที่เราต้องพบเจอเรื่องของราคาของหน้ากากอนามัยที่แพงในยุคนี้ สามารถแก้ไขได้โดยการใช้หน้ากากอนามัยทั่วไปแต่อาจจะต้องใช้ซ้อนกัน 2 ชั้นก็จะสามารถป้องกันฝุ่นได้ดีในระดับหนึ่ง
  •  work from home อาจจะเป็นรูปแบบของการทำงานที่ดีและปลอดภัยมากที่สุดในยุคนี้ และน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ด้วย เพราะนอกจากที่จะสามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้ดี แล้วยังช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อธุรกิจได้อีก
  • ใช้เครื่องกรองอากาศภายในบ้านหรือสำนักงาน เพื่อเป็นการช่วยฟอกอากาศแทนปอด นอกจากจะทำให้สภาวะอากาศในที่อยู่อาศัยดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เราได้รับอากาศที่ดีขึ้น หมดกังวลกับเรื่องของการสูดอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและมลพิษ นอกจากจะส่งผลที่ดีต่อร่างกายแล้วยังส่งผลที่ดีต่อสภาพจิตใจอีกด้วย

Related Articles