มือเท้าชา คืออะไร สัญญาณโรคร้ายที่หลายคนยังไม่รู้

0
22

มือเท้าชา คืออะไร สัญญาณโรคร้ายที่หลายคนยังไม่รู้

ใครที่ชินกับอาการชา คุณอาจจะกำลังประสบปัญหาสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นเรื่องของอาการชาตามบริเวณต่างๆของร่างกายจึงไม่ใช่เรื่องที่คุณควรจะนิ่งนอนใจ เพราะมันหมายถึงอันตรายที่มาเตือนให้รู้ว่า คุณอาจจะเข้าข่ายการเป็นโรคอะไรสักอย่างเข้าแล้ว

เมื่อปลายนิ้วมือและปลายเท้ารับสัมผัสกับสิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงไป อาจจะหมายถึงโรคปลายประสาทอักเสบกำลังจะคืบคลานเข้ามาหาคุณ  และมันจะเริ่มรุนแรงหนักขึ้น โดยที่อาการชาที่จะพบได้บ่อยมากที่สุดก็คือ

  • อาการชาหนักมากจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลย
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรไต่ตามแขนขายุบยิบไปหมด
  • อาการเสียวแปลบตามแนวเส้นประสาท
  • อาการปวดแสบปวดร้อนเย็นๆ วูบวาบๆ
  • อาการชาเจ็บๆเหมือนโดนเข็มทิ่ม
  • อาการชาแบบหนาๆเหมือนใส่ถุงมือถุงเท้าหรือเหน็บชาที่เราคุ้นเคย

โรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากอาการชา

  • โรคปลายประสาทอักเสบ

เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานหน้าคอมนานๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ใครก็ตามที่เล่นโทรศัพท์แบบไม่ละสายตา  นักกีฬาที่ต้องใช้ข้อมือหรือใช้มือเป็นส่วนใหญ่ และกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว อย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคกระดูกเสื่อม และกลุ่มที่ขาดโภชนาการกลุ่มผู้ที่ทานมังสวิรัติ และภาวะพิษสุราเรื้อรัง รวมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ ระบบการดูดซึมวิตามินจะลดลงไปตามวัย

  • โรคหลอดเลือดและหัวใจ

หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าโรคนี้อาจจะมีต้นตอมาจากสาเหตุของอาการชาเป็นส่วนนำมาก่อน ซึ่งอาการชาต่างๆที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะบริเวณปลายนิ้วหรือนิ้วโป้งและนิ้วชี้ ซึ่งเป็นส่วนของปลายประสาท มีความสำคัญ แต่ถ้าหากในบริเวณนี้ เกิดอาการชาจากการที่เลือดส่งไปเลี้ยงไม่ถึง ซึ่งก็บ่งบอกได้ว่าคุณมีปัญหาเรื่องระบบการไหลเวียนเลือด และแน่นอนว่าการที่เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆเหล่านี้ได้ไม่ดี ย่อมมาจากการที่เส้นเลือดอาจจะเกิดภาวะอุดตัน มีไขมันหรือตะกันเกราะบนเส้นเลือดเยอะ จนทำให้เส้นเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงจนถึงปลายนิ้ว และนี่ก็เป็นที่มาของการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจซึ่งการชาปลายนิ้วมือบริเวณนิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วชี้ คือสัญญาณเตือนที่คุณควรระวัง

ดังนั้นอาการมือเท้าชาจึงไม่ใช่เรื่องที่คุณจะทำตัวชาชิน และไม่ควรจะเห็นว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาเกิดขึ้นแล้วเดี๋ยวมันก็หายไปเอง เพราะนี่คือสัญญาณที่มาเตือนคุณแล้วว่า คุณต้องดูแลสุขภาพ และต้องตรวจสอบอาการชาเหล่านี้ให้ดี ว่าคุณมีปัญหาภายในร่างกายด้วยเรื่องอะไรเพื่อจะได้แก้ไขหรือป้องกันปัญหาก่อนที่มันจะเกิดอันตรายรุนแรง