แนวทางการดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดโรคไวรัสตับอักเสบบี

0
1207

แนวทางการดูแลตนเองเพื่อไม่ให้เกิดโรคไวรัสตับอักเสบบี

                ไวรัสตับอักเสบบี เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีอันตรายไม่น้อย เนื่องจากก่อให้เกิดตับอักเสบและเป็นเหตุให้ตับถูกทำลาย ซึ่งตับเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายมนุษย์  ตั้งแต่สร้างสมดุลให้แก่ร่างกาย เพราะช่วยอุ้มน้ำให้อยู่ในหลอดเลือด เป็นที่ผลิตน้ำดี ช่วยย่อยสลาย เป็นอวัยวะที่สะสมพลังงานให้ร่างกาย ขับสารพิษที่ร่างกายไม่ต้องการ ดังนั้น หากตับเกิดความไม่สมบูรณ์ทำงานของตัวเองได้ไม่เต็มที่ จะส่งผลให้ร่างกายแปรปรวนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทย ที่ปัจจุบันพบว่า มีการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบบีมากขึ้น อีกทั้งหามีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้ว ยังเป็นเหตุให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นตามมาอีก ดังนั้น มาลองดูกันว่า โรคนี้เป็นอย่างไร สามารถดูแลป้องกันไม่ให้เป็นได้อย่างไรบ้าง

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบบี

แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ

  1. ระยะเฉียบพลัน เมื่อได้รับเชื้อจะเกิดอาการไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง ปวดท้องใต้ชายโครงขวาและมีอาการอื่นข้างเคียงอีกเช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เป็นต้น

กรณีเป็นแบบเฉียบพลัน อาจเป็นเหตุให้เซลล์ตับถูกทำลายมากจนเป็นตับวายได้เลย แต่หากดูแลรักษาได้ทันท่วงทีก็ยังมีสิทธิหายเป็นปกติได้ หากควบคุมเชื้อไวรัสที่เป็นเหตุให้เกิดโรคได้ทัน

  1. ระยะเรื้อรัง เป็นระยะที่ผู้ป่วยสามารถเป็นพาหะทำให้คนอื่นได้รับเชื้อจากตนเองได้

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

เชื้อไวรัสชนิดบีนี้ ติดต่อได้หลายทาง เช่น เลือด น้ำเชื้อ น้ำเหลือง ทั้งนี้ อาจติดได้จากกรณีต่อไปนี้ คือ

  1. ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์
  2. จากการใช้วัสดุอุปกรณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเข็มฉีดยา ซึ่งติดผ่านทางการฉีดยา หรือการสัก การเจาะหู ติดจากการใช้แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด ที่ตัดเล็บร่วมกัน หรือเด็กในครรภ์ที่ได้รับเชื้อจากมารดา
  3. ติดจากการสัมผัสเลือด น้ำเหลือง ผ่านทางบาดแผล

โชคดีที่เชื้อไวรัสนี้ไม่ติดต่อกันทางลมหายใจ อาหารหรือน้ำดื่ม ไม่เช่นนั้นจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างลำบากแน่

การป้องกันไม่ให้เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี

สามารถป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับเชื้อนี้จากผู้อื่นได้โดย

  1. ป้องกันไว้ล่วงหน้าโดยการฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน สามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงคนทุกวัย  แต่หากใครเคยเป็นแล้วก็ไม่ต้องฉีด เนื่องจากร่างกายเคยสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาแล้ว
  2. หากทราบว่าคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ หรืออยู่ในข่ายเป็นพาหะเชื้อตัวนี้อยู่ ให้ระมัดระวังในเรื่องการคลุกคลี การใช้ของร่วมกันที่เป็นกรณีสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อ
  3. ทำร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบถ้วน พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้มีภูมิต้านทานเชื้อโรคทุกชนิด

 

NO COMMENTS