ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้มีกลิ่นปาก เรามีข้อแนะนำมาบอก!!!

0
4821

ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้มีกลิ่นปาก เรามีข้อแนะนำมาบอก!!!

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องกลิ่นปากหรือลมหายใจที่มีกลิ่นเหม็นนั้นทุกคนคงจะเคยประสบปัญหาเรื่องแบบนี้กันมาไม่น้อย หลายครั้งที่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้กลับสร้างปัญหาให้กับเรามากมายไม่ว่าจะเป็นตอนประชุมที่ต้องพูดกับคนรอบข้างหรือจะเป็นเดทแรกของคุณก็ตามล้วนแล้วแต่อยากที่จะให้เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดแต่กลับมาตกม้าตายเพราะเรื่องกลิ่นปากนี้ซะได้ ง่ายๆ เรามีวิธีดูแลกลิ่นปากที่จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นหากต้องเจอสถานการณ์ที่ต้องพบปะสนทนากับผู้อื่น

  1. หมั่นแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร การแปรงฟันทุกครั้งหลังจากที่เรารับประทานอาหาร ช่วยขจัดเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟันอันเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นปาก การแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารจึงช่วยลดกลิ่นปากได้ แต่ต้องแปรงให้ถูกวิธีด้วยนะ อย่าลืมแปรงตามซอกเหงือกและกระพุ้งแก้มด้วย
  2. ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟูลออไรด์ ประโยชน์ของฟลูออไรด์คือช่วยขจัดเศษอาหารและขจัดเชื้อโรคต่างๆ ออกให้หมด อีกทั้งป้องกันเรื่องฟันผุที่จะเป็นเหตุให้เศษอาหารฝังต่อจนทำให้เกิดกลิ่นปากได้
  3. เวลาแปรงฟันให้แปรงที่ลิ้นด้วย โดยธรรมชาติแล้วลิ้นของเราผิวจะขรุขระ ไม่เรียบ จึงเป็นที่กักของเศษอาหารต่าง ๆ จากการศึกษาพบว่าแบคทีเรียที่มีผลต่อกลิ่นปากมักอยู่ตามโคนลิ้นมากกว่าที่เหงือกและฟัน
  4. บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า หากคุณทำธุระข้างนอกไม่มีโอกาสแปรงฟันเราขอแนะนำให้คุณลองบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าดูสิ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยขจัดเศษอาหารออกได้บางส่วนแม้จะไม่หมดเหมือนการแปรงฟัน ก็นับว่าพอจะบรรเทากลิ่นปากได้เยอะ
  5. ลองเปลี่ยนแปรงสีฟันดูบ้าง หากเราใช้แปรงตัวเก่งมานานแล้วเราขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนมันดูบ้าง  เพราะประสิทธิภาพของแปรงใหม่ย่อมทำความสะอาดได้ดีกว่าแปรงเก่าแน่นอน และที่สำคัญควรเลือกแปรงสีฟันที่มีขนาดพอดี ขนแปรงไม่แข็งจนทำลายเคลือบฟันหรืออ่อนเกินไปจนทำความสะอาดไม่หมดจด

หากคุณได้ลองทำครบทุกข้อเรามั่นใจได้เลยว่าคุณจะต้องมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว แต่คุณควรหาเวลาว่างเพื่อพบทันตแพทย์และขอแนะนำ รวมถึงตรวจเช็คสุขภาพฟันและช่องปาก หากมีโรคในช่องปากก็ต้องรีบทำการรักษาให้หายได้ทันท่วงทีดีกว่าปล่อยให้เป็นเรื้อรังเสียก่อน แล้วทำการขูดหินปูนเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อถนอมฟันไว้ใช้นานๆ

NO COMMENTS