เกรปซีด (Grape Seed) คืออะไร

0
221

เกรปซีด (Grape Seed) คืออะไร
            ในกลุ่มสาวๆ ที่มุ่งหาตัวช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณผ่องใส สวยเป็นพิเศษ จะต้องมีชื่อของ เกรปซีด เข้ามาเป็นตัวเลือกว่า เกรปซีดดีกว่ามั้ย หรือว่า อย่างอื่นดีกว่า ก่อนตัดสินใจ ลองมาทำความรู้จักกับเกรป ซีดอีกสักนิดดีกว่า

เกรปซีด (Grape Seed) คืออะไร
            แม้จะเป็นการเรียกสั้นๆ ว่า เกรปซีด แต่ความครบของคำนี้ก็คือ grape seed extract หมายถึง สารสกัดจากเมล็ดองุ่น นั่นเอง

สารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีอะไรจึงดีต่อร่างกาย

  1. สารพิฟีนอล เป็นสาระสำคัญในเมล็ดองุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ในสภาวะปัจจุบันทั้งอาหารและบรรยากาศ ทำให้คนเรารับอนุมูลอิสระที่เป็นบ่อเกิดโรคร้ายหลายชนิด ดังนั้น ถ้าร่างกายมีสารต้านอนุมูลอิสระย่อมจะช่วยให้มีภูมิต้านทานโรคร้ายได้
  2. มี Proanthocyanidin ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ opc ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้หลอดเลือดไม่เปราะ ด้วยคุณสมบัติลดการจับตัวของเกล็ดเลือด
  3. การทำงานร่วมกันระหว่างวิตามิน C กับสารกลุ่ม OPC ทำให้คอลลาเจนในร่างกายมีคุณภาพดีขึ้น และยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอีซึ่งเป็นวิตามินซีที่มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณสวยงาม เปล่งปลั่ง ยิ่งมีการทำงานร่วมกันเพิ่มการสังเคราะห์กลูต้าไธโอน ช่วยฟื้นคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว

ประโยชน์ของเกรปซีด

  1. ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายได้ ที่ก่อตัวจากอนุมูลอิสระที่สะสมในร่างกาย เช่น มะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน จอประสาทตาเสื่อม โรคเกี่ยวกับสมอง อย่างอัลไซเมอร์ สมองอักเสบ พาร์กินสัน
  2. 2. ช่วยทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นมากขึ้น คงความชุ่มชื้น คืนความอ่อนวัยให้แก่ผิว
  3. ช่วยหยุดกระบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติ ดังนั้นจึงมักพบว่า เมื่อได้รับสารสกัดจากเกรปซีด จะทำให้ใบหน้าที่มีจุดด่างดำลดเลือนไปได้
  4. ป้องกันเรื่อง เส้นเลือดขอด เส้นเลือดเปราะ จึงรวมไปถึงป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้

ข้อควรระวังในการรับประทานเกรปซีด

  1. ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องโรคเลือดไหลไม่หยุด
  2. ไม่เหมาะกับคนที่กำลังกินยาประเภทต้านการแข็งตัวของเลือด
  3. ไม่เหมาะกับคนที่กำลังเตรียมผ่าตัด
  4. สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

แม้ว่าเกรปซีดจะได้ชื่อว่า เป็นสารจากเมล็ดองุ่นที่มีคุณสมบัติดีๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน แต่หมายถึง คุณสมบัติที่ได้มาเต็มที่ 100% แต่ในกรณีที่มีการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ นั้น จะคงสรรพคุณได้ดีมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น ขั้นตอนการผลิต พึงระลึกว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรกินเพื่อเสริมอาหารหลัก 5 หมู่ที่อาจได้ไม่เต็มที่เท่านั้น